company logo

Polls

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 877037
การผ่าตัดมะเร็ง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท-Webmaster   
วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เวลา ๐๗:%M น.

การผ่าตัดมะเร็ง


 (แปลและเรียบเรียงข้อมูลขึ้นใหม่)

                                                                            โดย อาจารย์อุไรรัตน์ สิงหนาท/

                                                                                        เว็บมาสเตอร์ 

  การผ่าตัดมะเร็ง (Cancer Surgery or Cancer Operation)

 

  การผ่าตัดมะเร็ง อาจแบ่งได้ตามวัตถุประสงค์หลักของการผ่าตัดเป็น 2 กรณี คือ

  1. การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยมะเร็ง อาจแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

      1.1  การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง (Diagnostic surgery)

            วิธีนี้มักใช้ในการตัดเอาตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อการวินิจฉัยและจำแนกชนิดของมะเร็ง โดยการนำไป

ส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบ เทคนิคในการผ่าตัดที่ใช้บ่อยๆ คือ การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ (surgical biopsy) ได้แก่

  •    การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อขนาดเล็กในผิวหนังออก แล้วส่งตรวจทางพยาธิวิทยาว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่
  •    การผ่าตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวยเพื่อส่งตรวจชิ้นเนื้อ (Cone biopsy or Cervical Conization)

biopsy 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพการใช้เข็มเจาะดูดตัวอย่างของเหลว และเนื้อเยื่อจากก้อนนูนในเต้านมเพื่อส่งตรวจ

 

1.2 การผ่าตัดเพื่อแยกแยะระยะของโรคมะเร็ง (Staging surgery)

            เป็นการพิจารณาขนาดและความรุนแรงของโรค ซึ่งจะใช้หลายวิธีในการตรวจวินิจฉัยร่วมกัน คือ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดหา CEA (Cell Embryonic antigen) และการตรวจเอกซเรย์

(X-ray) หรือการตรวจฉายภาพ/ภาพถ่ายของก้อนหรือมะเร็งนั้นๆ เช่น การใช้คลื่นแม่เหล็ก MRI (Magnetic

resonance imaging) การตรวจแสกนแบบ CT (Computed Tomography) หรือ CAT Scan (Computerized

Axial Tomography) ซึ่งจะทำให้สามารถจำแนกระยะของโรคทางคลีนิก หรือขั้นของมะเร็ง (Clinical stage) ได้

ซึ่งการวินิจฉัยโดยใช้การผ่าตัด จะให้ประโยชน์มากในการประเมินการกระจายหรือการลุกลามของมะเร็ง

(invasive or metastasis)

CT scan ภาพจาก http://www.radiologyinfo.org/photocat/popup/abdo-ct3d-urogrm2.jpg

                   ภาพอวัยวะภายในช่องท้อง (Abdomen) จาก CT Scan

 

 2. การผ่าตัดเพื่อป้องกัน บำบัด รักษามะเร็ง

     มีจุดมุ่งหมายหลา่ยประการ ซึ่งอาจแบ่งได้ 6 ประการ คือ

      2.1 การผ่าตัดเพื่อการป้องกัน (Preventive or Prophylactic surgery)

           เป็นการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อ (body tissue) หรือก้อนเนื้อออก ซึ่งก้อนเนื้อนั้นยังไม่เป็นเนื้อร้าย

(Benign tumor) แต่มีลักษณะหรืิอแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็ง หรืออยู่ในระยะก่อนกลายเป็นเนื้อร้าย

(Pre-Malignant tumor) เช่น ก้อนหรือติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Colon Polyps) ในบางครั้งการผ่าตัด

เพื่อการป้องกันนั้น อาจเป็นการผ่าตัดเอาอวัยวะหนึ่งอวัยวะใดออกทั้งหมด เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็ง

ในรายบุคคลที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะดังกล่าวคล้ายการ

เจริญเติบโตของมะเร็ง (development of a cancer likely)

 

      2.2 การผ่าตัดเพื่อโอกาสในการรักษามะเร็ง (Potentially curative surgery)

           เป็นการผ่าตัดในกรณีที่คาดว่าการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อหรืออวัยวะออกจะเป็นการรักษาได้

หรือก้อนเนื้อร้ายถูกกำจัดออกไปหมด เช่น การผ่าตัดรักษามะเร็งถุงน้ำดี (surgical treatment

for cancer of the gallbladder) และการผ่าตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย (Cervical Conization)

Lumpectomy

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพการผ่าตัดเต้านมเอาก้อน/ก้อนนูนออก (Lumpectomy)

 

      2.3 การผ่าตัดเพื่อการรักษามะเร็ง (Surgical treatment for cancer or Curative surgery)

           วัตถุประสงค์ในการผ่าตัดเพื่อการรักษามะเร็งนี้ จัดเป็นวิธีพื้นฐานในการรักษามะเร็ง

(primary treatment of the cancer) ใช้ในรายที่วิธีการผ่าตัดจะสามารถเอาก้อนเนื้อมะเร็งร้าย

ออกได้ทั้งหมด ซึ่งต้องมีการตรวจวินิจฉัยก่อน เช่น การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกทั้งหมด

(Cholecystectomy) ในรายมะเร็งถุงน้ำดี และในรายผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Breast cancer)

ที่ได้รับการตรวจเต้านมด้วยวิธี Mammogram (Diagnostic mammogram) และวิธีอื่นๆ

ประกอบก่อน แล้วแพทย์ผู้รักษาตัดสินใจเลือกวิธีรักษาโดยการผ่าตัดแบบ Radical Mastectomy

หรือ Modified Radical Mastectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดเอาเต้านม เนื้อเยื่อใกล้เคียง และ

ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ข้างที่เป็นมะเร็งออก

 

 Before surgery   after surgery

 

 

 

ภาพจาก: http://www.locateadoc.com/pictures/skin-cancer-surgery

                                           ภาพผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดมะเร็งผิวหนัง

 

       2.4 การผ่าตัดเพื่อจำกัดขนาดของเนื้อเยื่อ (Debulking or cytoreductive surgery)

             เป็นการผ่าตัดที่ใช้เฉพาะรายที่หากตัดเอาก้อนเนื้อออกหมดแล้วอาจทำลาย

อวัยวะหรือเนื้อเยื้อและบริเวณข้างเคียงมากเกินไป แพทย์จึงอาจตัดเนื้อร้ายออกให้มากที่สุด

เท่าที่จะทำได้ และใช้การรักษาอื่นตามหลัง เช่น การฉายแสง และเคมีบำบัด ได้แก่ ผู้ป่วย

มะเร็งปอด มะเร็งตับ เป็นต้น

 

        2.5 การผ่าตัดเพื่อการบรรเทาโรคหรือการประคับประคองผู้ป่วย

              (Supportive surgery or Palliative treatment)

              เป็นการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการของโรค โดยเฉพาะบรรเทาอาการปวด

(relieve pain) หรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน (prevent complications) ซึ่งใช้ในกรณี

ที่ก้อนเนื้อ (tumor) นั้นมีขนาดโตเกินกว่าที่จะทำผ่าตัดทิ้งออกทั้งหมด เช่น ผ่าตัดเพื่อป้องกัน

การอุดตันของท่อน้ำดีในรายมะเร็งถุงน้ำดี (blockage of the bile ducts) และตามภาพ (a และ b)

ซึ่งเป็นการรักษาแบบประคับประคองในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer)

 palliative treatment

 

         a. ภาพมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 

            (Bladder Cancer)

    b. ภาพการผ่าตัดโดยใช้กล้องช่วยในการผ่าตัดก้อนมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Resectoscope Cutting Loop cutting tumor)

© 1998-2009 Healthcommunities.com, Inc. All Rights Reserved.

 

        2.6  การผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูสภาพและโครงสร้าง (Restorative or Reconstructive

               surgery)

              เป็นการผ่าตัดภายหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดและวิธีต่างๆ แล้ว โดยจะทำการผ่าตัดเพื่อ

ฟื้นฟูสภาพร่างกายทั้งในด้านภาพลักษณ์และฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ซึ่งอาจเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมความงาม (plastic surgery) เช่น การผ่าตัดทำเต้านมให้แทนที่

เต้านมข้างที่ถูกตัดทิ้งไป การนำกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายมาเย็บปะบนแก้มในผู้ป่วยหลังผ่าตัด

มะเร็งช่องปาก (Tissue flaps) การผ่าตัดเอาอวัยวะเทียมแทนของเดิม (prosthetic)   

breast cancer

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจาก: http://smartplasticsurgery.com/surgery/reconstruction1d.jpg

 ภาพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลังทำผ่าตัด 8 เดือน เป็นการผ่าตัดฟื้นฟูโครงสร้าง
เต้านมทั้งสองข้าง แบบ Breast reconstruction with implant
 
 

 

 

Breast reconstruction 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อธิบายภาพ

   A   แนวเส้นในการผ่าตัดฟื้นฟู/เสริมโครงสร้างเต้านม (lines of reconstructed breast incisions)

   B   ส่วนของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านขวา (right trans rectus abdominis muscle/TRAM)

   C   ส่วนของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านซ้ายที่โยกขึ้นไป เพื่อสร้างเต้านมใหม่ (left TRAM

        muscle is swung over to re–create the new breast)

   D   แนวเส้นวงกลมเพื่อผ่าตัดย้ายตำแหน่งสะดือใหม่ (incision circle of re–positioned

        "belly button" incision)

   E    แนวเส้นในการผ่าตัดหน้าท้อง (line of abdominal surgery)

 

  ภาพผู้ป่วยหลังทำผ่าตัดมะเร็งเต้านมด้านขวา และแนวเส้นผ่าตัดเสริมโครงสร้างใหม่ให้เต้านม

โดยนำกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านขวามาปะแทน (Surgery plan of TRAM flap for breast

reconstruction in patient after mastectomy)

 ภาพจาก http://www.breastcancer.org/Images/tram_reconstruction2%5B2%5D_tcm8-79557.jpg

 

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

- http://www.imaginis.com/breasthealth/after_surgery.asp

- http://www.cancer.org/docroot/CRI/content/CRI_2_4_4X_Surgery_68.asp?rnav=cri

- http://www.oralcancerfoundation.org/facts/surgery.htm

- http://www.breastcancer.org/pictures/reconstruction/tram_flap/in_process.jsp

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๐๙ เมษายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๙:%M น.
 


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free Joomla 1.5 templates cheap web hosting Valid XHTML and CSS.