Anticancerclinicthai.com

การผ่าตัดมะเร็ง PDF พิมพ์ อีเมล
  
วันอังคารที่ ๓๐ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เวลา ๐๐:๐๐ น.

การผ่าตัดมะเร็ง


 (แปลและเรียบเรียงข้อมูลขึ้นใหม่) โดย อาจารย์อุไรรัตน์ สิงหนาท/เว็บมาสเตอร์ 

  การผ่าตัดมะเร็ง (Cancer Surgery or Cancer Operation)

 

  การผ่าตัดมะเร็ง อาจแบ่งได้ตามวัตถุประสงค์หลักของการผ่าตัดเป็น 2 กรณี คือ

  1. การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยมะเร็ง อาจแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

      1.1  การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง (Diagnostic surgery)

            วิธีนี้มักใช้ในการตัดเอาตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อการวินิจฉัยและจำแนกชนิดของมะเร็งโดยการนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบ เทคนิคในการผ่าตัดที่ใช้บ่อยๆ คือ การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ (surgical biopsy) ได้แก่ การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อขนาดเล็กในผิวหนังออกแล้วส่งตรวจทางพยาธิวิทยาว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ การผ่าตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวยเพื่อส่งตรวจชิ้นเนื้อ (Cone biopsy or Cervical Conization)

biopsy  ภาพการใช้เข็มเจาะดูดตัวอย่างของเหลวและเนื้อเยื่อจากเต้านมเพื่อส่งตรวจ

 

 

 

       1.2 การผ่าตัดเพื่อแยกแยะระยะของโรคมะเร็ง (Staging surgery)

            เป็นการพิจารณาขนาดและความรุนแรงของโรค ซึ่งจะใช้หลายวิธีในการตรวจวินิจฉัยร่วมกัน คือ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดหา CEA (Cell Embryonic antigen) และการตรวจเอกซเรย์ (X-ray) หรือการตรวจฉายภาพ/ภาพถ่ายของก้อนหรือมะเร็งนั้นๆ เช่น การใช้คลื่นแม่เหล็ก MRI (Magnetic resonance imaging) การตรวจแสกนแบบ CT (Computed Tomography) หรือ CAT Scan (Computerized Axial Tomography)ซึ่งจะทำให้สามารถจำแนกระยะทางคลีนิกหรือขั้นของมะเร็ง (Clinical stage) ได้ ซึ่งวิธีการผ่าตัดจะให้ประโยชน์มากในการประเมินการกระจายหรือการลุกลามของมะเร็ง (invasive or matastasis)

CT scan ภาพจาก http://www.radiologyinfo.org/photocat/popup/abdo-ct3d-urogrm2.jpg

                   ภาพอวัยวะภายในช่องท้อง (Abdomen)จาก CT Scan

 

 2. การผ่าตัดเพื่อป้องกัน บำบัด รักษามะเร็ง

     มีจุดมุ่งหมายหลา่ยประการ ซึ่งอาจแบ่งได้ 6 ประการ คือ

      2.1 การผ่าตัดเพื่อการป้องกัน (Preventive or Prophylactic surgery)

           เป็นการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อ (body tissue) หรือก้อนเนื้อออก ซึ่งก้อนเนื้อนั้นยังไม่เป็นเนื้อร้าย (Benign tumor) แต่มีลักษณะหรืิอแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็ง หรืออยู่ในระยะก่อนกลายเป็นเนื้อร้าย (Malignant tumor) เช่น ก้อนหรือติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Colon Polyps) ในบางครั้งการผ่าตัดเพื่อการป้องกันนั้น อาจเป็นการผ่าตัดเอาอวัยวะหนึ่งอวัยวะใดออกทั้งหมด เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งในรายบุคคลที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งมี การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะดังกล่าวคล้ายการเจริญเติบโตของมะเร็ง (development of a cancer likely)

 

      2.2 การผ่าตัดเพื่อโอกาสในการรักษามะเร็ง (Potentially curative surgery)

           เป็นการผ่าตัดในกรณีที่คาดว่าการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อหรืออวัยวะออกจะเป็นการรักษาได้หรือก้อนเนื้อร้ายถูกกำจัดออกไปหมด เช่น การผ่าตัดรักษามะเร็งถุงน้ำดี (surgical treatment for cancer of the gallbladder) และการผ่าตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย (Cervical Conization)

Lumpectomy

 

      2.3 การผ่าตัดเพื่อการรักษามะเร็ง (Surgical treatment for cancer or Curative surgery)

           วัตถุประสงค์ในการผ่าตัดเพื่อการรักษามะเร็งนี้ จัดเป็นวิธีพื้นฐานในการรักษามะเร็ง (primary treatment of the cancer) ใช้ในรายที่วิธีการผ่าตัดจะสามารถเอาก้อนเนื้อมะเร็งร้ายออกได้ทั้งหมด ซึ่งต้องมีการตรวจวินิจฉัยก่อน เช่น การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกทั้งหมด (Cholecystectomy) ในรายมะเร็งถุงน้ำดี และในรายผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Breast cancer) ที่ได้รับการตรวจเต้านมด้วยวิธี Mammogram (Diagnostic mammogram) และวิธีอื่นๆ ประกอบก่อน แล้วแพทย์ผู้รักษาตัดสินใจเลือกวิธีรักษาโดยการผ่าตัดแบบ Radical Mastectomy หรือ Modified Radical Mastectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดเอาเต้านม เนื้อเยื่อใกล้เคียง และต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ข้างที่เป็นมะเร็งออก

                         ภาพผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมpost mastectomy   ภาพจาก http://www.imaginis.com/graphics/breasthealth/recons1.jpg

 

       2.4 การผ่าตัดเพื่อจำกัดขนาดของเนื้อเยื่อ (Debulking or cytoreductive surgery)

             เป็นการผ่าตัดที่ใช้เฉพาะรายที่หากตัดเอาก้อนเนื้อออกหมดแล้วอาจทำลายอวัยวะหรือเนื้อเยื้อและบริเวณข้างเคียงมากเกินไป แพทย์จึงอาจตัดเนื้อร้ายออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และใช้การรักษาอื่นตามหลัง เช่น การฉายแสง และเคมีบำบัด ได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็งปอด มะเร็งตับ เป็นต้น

 

        2.5 การผ่าตัดเพื่อการบรรเทาโรคหรือการประคับประคองผู้ป่วย (Supportive surgery or Palliative treatment)

              เป็นการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการของโรค โดยเฉพาะบรรเทาอาการปวด (relieve pain) หรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน (prevent complications) ซึ่งใช้ในกรณีที่ก้อนเนื้อ (tumor) นั้นมีขนาดโตเกินกว่าที่จะทำผ่าตัดทิ้งออกทั้งหมด เช่น ผ่าตัดเพื่อป้องกันการอุดตันของท่อน้ำดีในรายมะเร็งถุงน้ำดี (blockage of the bile ducts) และตามภาพ (a. และ b.) ซึ่งเป็นการรักษาแบบประคับประคองในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer)

 palliative treatment

 

                                a. ภาพมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)    b. ภาพการผ่าตัดโดยใช้กล้องช่วยในการผ่าตัดก้อนมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Resectoscope Cutting Loop cutting tumor)

© 1998-2009 Healthcommunities.com, Inc. All Rights Reserved.

 

        2.6  การผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูสภาพและโครงสร้าง (Restorative or Reconstructive surgery)

              เป็นการผ่าตัดภายหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดและวิธีต่างๆ แล้ว โดยจะทำการผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายทั้งในด้านภาพลักษณ์และฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมความงาม (plastic surgery) เช่น การผ่าตัดทำเต้านมให้แทนที่เต้านมข้างที่ถูกตัดทิ้งไป การนำกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายมาเย็บปะบนแก้มในผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งช่องปาก (Tissue flaps) การผ่าตัดเอาอวัยวะเทียมแทนของเดิม (prosthetic)   

 

                                                                            ภาพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลังทำผ่าตัดแบบ Breast reconstruction with implant.

              surgery ภาพจาก http://www.imaginis.com/graphics/breasthealth/recons2.jpg

  ภาพผู้ป่วยหลังทำผ่าตัดเสริมกล้ามเนื้อในเต้านมโดยนำกล้ามเนื้อด้านหลังมาปะแทน

       (Latissimus dorsi muscle flap (back tissue) reconstruction)

 

 

แหล่งอ้างอิง

- http://www.imaginis.com/breasthealth/after_surgery.asp

- http://www.cancer.org/docroot/CRI/content/CRI_2_4_4X_Surgery_68.asp?rnav=cri

http://www.oralcancerfoundation.org/facts/surgery.htm

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๒๐:๑๙ น. )