company logo

Polls

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 877036
Home บทความวิชาการ มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก
มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท-Webmaster   
วันพุธที่ ๐๗ กรกฏาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๙:%M น.

มฤตยูเงียบ! มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก แพทย์แนะตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

 

ส่วนของข้อมูลแปล/เรียบเรียงโดย อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท เว็บมาสเตอร์

 

                                Abdomen

                    Rectum

 

                                             ภาพแสดงอวัยวะช่องอก ช่องท้อง ระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก   

http://img.webmd.com/dtmcms/live/webmd/consumer_assets/site_images/articles/image_article_collections/anatomy_pages/abdomen.jpg

 

ส่วนต่างๆ ของอวัยวะในช่องท้อง (Abdomen) (ตามภาพ)

        - กระบังลม (Diaphragm)

        - กระเพาะอาหาร (Stomach)

        - ม้าม (Spleen)

        - ไต (Kidney)

        - ตับ (Liver)

        - ถุงน้ำดี (Gall bladder)

        - ตับอ่อน (Pancreas)

        - เส้นเลือดแดงใหญ่ (Aorta)

        - เส้นเลือดดำใหญ่ (Inferior Vena Cava)

        - ลำไส้เล็ก (Small intestine)

        - ลำไส้ใหญ่ (Large intestine)      

        - ทวารหนัก (Rectum)        

 

 colon

                      ภาพแสดงส่วนต่างๆ ของลำไส้ใหญ่(Colon)

http://img.webmd.com/dtmcms/live/webmd/consumer_assets/site_images/articles/image_article_collections/anatomy_pages/colon.jpg

ความรู้เกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ (Large Intestine or Colon) และทวารหนัก (Rectum)

                   ลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นส่วนหนึ่งของระบบย่อยอาหาร (Digestive system) ที่ช่วยระบายหรือกำจัดกากอาหาร/ของเสียออกจากร่างกาย ลำไส้ใหญ่เป็นส่วนของระบบทางเดินอาหาร (Gastro-intestinal duct/GI) ต่อจากลำไส้เล็ก (small intestine) มีขนาดใหญ่ และยาวประมาณ 6 ฟุต ช่วยขับเคลื่อนของเสียในทางเดินอาหารจากลำไส้เล็กไปสู่ทวารหนักซึ่งมีความยาวประมาณ 8-10 นิ้ว ลำไส้เล็กจะดูดสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ส่วนที่เหลือจากการดูดซึมสารอาหารแล้วจะผ่านไปสู่ลำไส้ส่วน Caecum ไปสู่ส่วนของลำไส้ใหญ่/colon ซึ่งจะดูดซึมสารน้ำจากของเสียขณะกำลังลำเลียงลงสู่ส่วนล่างและทวารหนัก ซึ่งอาจดูดซึมสารพิษหรือสารที่มีอันตรายได้ ซึ่งระยะทางที่ยาวนั้นทำให้โอกาสในการดูดซึมกลับของสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้มาก

 

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Cancer)

           มะเร็งที่พยาธิสภาพเริ่มจากส่วนของลำไส้ เรียกว่ามะเร็งลำไส้ (colon cancer) ส่วนมะเร็งที่เริ่มจากส่วนของทวารหนัก เรียกมะเร็งทวารหนัก (rectal cancer)  มะเร็งสามารถส่งผลต่ออวัยวะส่วนนี้โดยรวม จึงเรียกรวมเป็นมะเร็งลำไส้และทวารหนัก (colorectal cancer) ประเภทของมะเร็งที่มักพบบริเวณนี้คือมะเร็งชนิดที่เรียกว่า "carcinoma", "Lymphoma carcinoid", "melanoma" และ "fibrosarcoma" ส่วนชนิดอื่นของมะเร็งประเภท sarcoma จะพบได้น้อย

CA colorectal

ภาพจาก: http://www.beliefnet.com/healthandhealing/images/rectal_cancer.jpg

 

ภาพแสดงต่อมน้ำเหลือง (สีเขียว) และพยาธิสภาพก้อนเนื้องอกมะเร็งระยะที่ 1 ที่ผนังทวารหนัก (Stage 1 Rectal cancer)

 

           สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งลำไส้และทวารหนัก พบข้อมูล ดังนี้

  •  พบมากในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี และพบน้อยในวัยรุ่น จากการศึกษาพบว่ายิ่งอายุมากโอกาสเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้น
  •  ประเภทของอาหารที่ผู้ป่วยมักรับประทานคือ อาหารไขมันสูง (high-fat diet) แคลอรี่สูง และอาหารกากใยน้อย( low-fiber diet) และมีการศึกษาถึงการเกิดมะเร็งชนิดนี้ในกลุ่มที่จำกัดอาหาร เช่น อาหารลดน้ำหนักที่มีกากใยน้อย           
                                   ภาพติ่งเนื้อในลำไส้
 colon polyp ภาพจาก: http://images.medicinenet.com/images/SlideShow/colorectal_cancer_s2_colon_lining.jpg
  •  ตรวจในลำไส้มักพบลักษณะของติ่งเนื้อ (polyps) และแผลเยื่อบุผนังลำไส้อักเสบ (ulcerative colitis) แต่ในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี อาจตรวจพบติ่งเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งหรือเนื้อร้าย (Benign Polyps) ในผนังลำไส้ได้ และติ่งเนื้อบางชนิดเท่านั้นที่สัมพันธ์หรือพัฒนาไปเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งได้ รวมทั้งผู้ที่มีประวัติพันธุกรรมในครอบครัว (familial polyposis) แต่พบน้อยมาก ส่วนแผลเยื่อบุผนังลำไส้อักเสบเป็นสภาวะที่ทำให้โอกาสในการเป็นมะเร็งชนิดนี้เพิ่มขึ้น ในผู้ที่ตรวจพบติ่งเนื้อในเยื่อบุลำไส้ หากสามารถตัดหรือผ่าตัดเอาออกได้ จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งในอวัยวะส่วนนี้ได้

ภาพพยาธิสภาพติ่งเนื้อในลำไส้แบบ Adenomatous ที่อาจกลายเป็นชนิดร้ายแรง/มะเร็งได้ และภาพติ่งเนื้อแบบไม่ใช่ชนิดร้ายแรงที่อาจพบได้ในผนังลำไส้


                         polypPolyps
 
ภาพจาก: http://www.beliefnet.com/healthandhealing/images/colon_polyp.jpg
 
 
                         

  colonoscope ภาพการส่องกล้องตัดติ่งเนื้อบริเวณเยื่อบุลำไส้ใหญ่ 

  ภาพจาก: http://images.medicinenet.com/images/SlideShow/colorectal_cancer_s6_removal.jpg

  • ประวัติการเจ็บป่วยเดิม จากการศึกษาพบว่าในผู้หญิงที่มีประวัติเป็นมะเร็งรังไข่ มดลูก และเต้านม มีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ เช่นเดียวกันผู้ที่เคยเป็นโรคนี้ (และัรักษาหายแล้ว) ก็มีเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักซ้ำได้อีก และผู้ที่มีประวัติป่วยด้วยโรคลำไส้อักเสบ (inflammatory bowel disease)
  • ประวัติการเจ็บป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในครอบครัว โดยเฉพาะบิดามารดา พี่น้อง และทายาทสายตรง (First-degree relatives-parents, siblings, children) โดยเฉพาะเป็นการเจ็บป่วยตั้งแต่ในวัยรุ่น หรือมีจำนวนคนในครอบครัวเจ็บป่วยด้วยโรคนี้หลายราย พบโอกาสหรืออุบัติการณ์ในการเกิดโรคนี้มากขึ้น
  • ผู้ที่เป็นโรคอ้วน โดยเฉพาะในรายที่มีไขมันรอบเอวหนาๆ
  • พฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพและการเกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ (ซึ่งเป็นปัจจัยที่คุณสามารถควบคุมการเกิดโรคได้ด้วยตนเอง) อาทิ การรับประทานอาหารประเภทเนื้อแดงที่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนนานๆ ผู้ที่ออกกำลังกายน้อย พฤติกรรมสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล
Food cancer

ภาพจาก: http://images.medicinenet.com/images/SlideShow/colorectal_cancer_s4_man_holding_huge_hamburger.jpg

 

อาการโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer Symptoms)

      การสังเกตอาการและพบแพทย์แต่ระยะแรกของโรคจะช่วยลดความเสี่ยงและอัตราตายจากโรคได้ อาการผิดปกติต่างๆ ควรหมั่นสังเกต เพราะหากพบอาการผิดปกติกับร่างกายเกิดขึ้น อาจหมายถึงพยาธิสภาพของโรคที่ดำเนินไปมากแล้ว และโอกาสในการรักษาให้หายจะลดลงด้วย อาการสำคัญๆ มีดังนี้

  • อาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานและการเคลื่อนไหวของลำไส้ (Changes in Your Bowel Movements) เช่น ท้องอืด ท้องผูก ท้องเดิน
  • อาการท้องผูก (Constipation) หรือมีความรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระออกแต่ยังไม่หมด
  • อาการท้องเสีย (Diarrhea) หรือท้องเสียสลับกับท้องผูก
  • อุจจาระมีเลือดปน (Blood in Your Stools) ทั้งที่มีสีจางๆ สีคล้ำๆ หรือมองเห็นว่ามีเลือดในอุจจระได้ขัดเจน
  • อุจจาระมีขนาดเล็ก/บางลงกว่าปกติ (Stools Thinner Than Normal) ซึ่งอาจมีขนาดเท่าแท่งดินสอ (Pencil Thin stool)
  • อาการไม่สุขสบายในท้อง (General abdominal discomfort) เช่น ปวดท้องจากมีแก๊สในท้องบ่อยๆ (frequent gas pains) ท้องอืดท้องเฟ้อ (bloating, fullness) และ/หรือมีอาการตะคริว (cramps)
  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการเหนื่อยเพลียตลอดเวลา หรือเรื้อรังต่อเนื่อง
  • อาการอาเจียน


การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

       หากตรวจพบมะเร็งชนิดนี้ตั้งแต่ระยะแรกๆ (Detecting Cancer Early) จะทำให้การรักษาได้ผลดีด้วย ผู้ที่ควรตรวจหามะเร็งเป็นระยะๆ หรือทุกปี นอกจากผู้ที่มีอาการ ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว ก็ควรตรวจในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่ต้องปรึกษาและขอความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับระยะเวลาที่ควรตรวจและวิธีที่ใช้ในการตรวจ ปกติวิธีการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อาจตรวจในผู้ที่ยังไม่ปรากฎอาการ ผู้ป่วยที่มีประวัติลำไส้อักเสบเรื้อรัง และวิธีการตรวจเหล่านี้ยังสามารถตรวจหาความผิดปกติอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ติ่งเนื้อในเยื่อบุลำไส้ วิธีตรวจดังกล่าว ประกอบด้วย:

  • การตรวจหาเลือดในอุจจาระ (fecal occult blood test/FOBT) เป็นการตรวจหาเลือดที่อาจปนอยู่ในอุจจาระ เพราะบางครั้งมะเร็งและติ่งเนื้อ และโรคอื่นๆ ที่พบบ่อยคือ ริดสีดวงทวารหนัก อาจทำให้มีเลือดออกปะปนในอุจจาระได้ และควรตรวจทุกปีในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
  • การส่องกล้องตรวจทางทวารหนัก (Sigmoidoscopy) เป็นการใช้เครื่องมือที่เป็นกล้องขนาดเล็ก ส่องตรวจบริเวณทวารหนักและลำไส้ส่วนปลาย (sigmoid colon)

ภาพเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon cancer cells) ที่ย้อมสีแล้วส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ 
colorectal CA
ภาพจาก: http://images.medicinenet.com/images/SlideShow/colorectal_cancer_s9_colon_cancer_cell.jpg
 
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการใช้เครื่องมือที่เป็นกล้องขนาดเล็ก ส่องตรวจบริเวณทวารหนักและลำไส้ทั้งหมด (entire colon) ในอเมริกาแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่องกล้องตรวจเพื่อคัดกรองหาโรคและความผิดปกติทุก 10 ปี
ภาพการตรวจแบบ Virtual Colonoscopy เป็นการใช้เครื่อง CT scan แสดงภาพภายในลำไส้แบบ 3 มิติ

 colonoscopy

ภาพจาก: http://images.medicinenet.com/images/SlideShow/colorectal_cancer_s7_CTscan.jpg

 

  • การถ่ายภาพรังสี/เอกซเรย์บริเวณทวารหนักและลำไส้ โดยผู้ป่วยจะได้รับการสวนทวารด้วยของเหลวผสมสารแบเรี่ยม (Double contrast barium enema/DCBE) เพื่อช่วยให้สามารถเห็นพยาธิสภาพจากการเอกซเรย์ได้ชัดเจนขึ้น
Barium enema
  ภาพจาก:http://medicalimages.allrefer.com/large/barium-enema-1.jpg
 ภาพบน: ภาพถ่ายรังสี/เอกซเรย์ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่แบบ DCBE
ภาพล่าง: ภาพการใส่สายสวนทางทวารหนักและทิศทางไหลของของเหลวผสมสารแบเรี่ยม            

 
  • การตรวจภายในทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam/DRE) เป็นการตรวจโดยแพทย์สวมถุงมือและสารหล่อลื่น แล้วใช้นิ้วมือสอดเข้าไปตรวจหาสิ่งผิดปกติทางทวารหนัก.
DRE

ภาพการตรวจภายในทางทวารหนัก/DRE (ในภาพผู้ป่วยมีความผิดปกติจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นอวัยวะใกล้เคียงลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก)

 

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก   

       วิธีการรักษามะเร็งลำไส้และทวารหนักตามแผนการแพทย์ปัจจุบัน

  • การผ่าตัด โดยการผ่าตัดส่วนของลำไส้ใหญ่และอาจรวมส่วนทวารหนักด้วย การผ่าตัดจะได้ผลดีในรายที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะแรกๆ แต่ในรายที่มีการกระจายของมะเร็งไปอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ปอด แพทย์อาจใช้วิธีผ่าตัดก้อนบางส่วนออก เพราะจะช่วยบรรเทาอาการของโรค
  • วิธีฉายแสงใช้เช่นกันเพื่อบรรเทาอาการ (relieve symptoms)
  • การใช้วิธีรักษาร่วมกัน ระหว่างวิธีการฉายแสงและเคมีบำบัด (Combination of radiation and chemotherapy) ในรายที่มีการกระจายของมะเร็งแบบเฉพาะที่ ในรายที่มีการกระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง เช่น ผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 แพทย์อาจใช้วิธีการผ่าตัดร่วมกับการฉายแสงหรือเคมีบำบัด เป็นต้น

 

อาหารโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • อาหารที่มีเส้นใยสูง (Fiber Food) เช่น ผัก ผลไม้
  • อาหารสด (Raw food diet) ที่ปรุงหรือประกอบโดยไม่ต้องใช้ความร้อน เช่น สลัดผัก ผักสดจิ้มน้ำพริก
  • อาหารลดน้ำหนัก (Weight Loss diet)
  • อาจพิจารณาอาหารที่มีกากใยน้อยในผู้ป่วยที่มีอาการย่อยอาหารและดูดซึมผิดปกติ และผู้ป่วยหลังผ่าตัดส่วนของลำไส้ออก เนื่องจากความสามารถในการย่อยและดูดซึมสารอาหารจะเปลี่ยนไปหรือลดลง

ที่มาข้อมูล:

         - http://www.4uherb.com

         - http://www.beliefnet.com

         - http://www.medicinenet.com/colorectal_cancer_pictures_slideshow/article.htm


Food

ภาพจาก: http://images.medicinenet.com/images/Slideshow/cancer_fighting_foods_s1_by_the_plateful.jpg


รายละเอียดตามหัวข้อข่าว


          อธิบดีกรมการแพทย์เตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมฤตยูเงียบคร่าชีวิต คนไทย แนะควรให้ความสำคัญโดยตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ เพราะในระยะแรกไม่แสดงอาการแต่ป้องกันได้หากตรวจพบ แต่เนิ่น ๆ 

           เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2551 ที่ศูนย์มะเร็งลำปาง จังหวัดลำปาง นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศที่ พัฒนาแล้วหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จากข้อมูลสถิติโรคมะเร็งของประเทศไทยในปี 2541-2543 ( Cancer in Thailand Vol.IV, 1998-2000 ) พบอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเพศชายรองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด โดยมีอุบัติการณ์ 8.8 ต่อประชากร 1 แสนคน และในเพศหญิงพบอัตราการเกิดโรคเป็นอันดับ 5 รองจากมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งปอด คิดเป็น 7.6 ต่อประชากร 1 แสนคน ทั้งนี้อัตราส่วนการเกิดโรคระหว่างเพศชายต่อเพศหญิงคิดเป็น 1.24 ต่อ 1 และ พบมากในช่วงอายุ 40 ปี ขึ้นไป โดยยิ่งอายุมากขึ้นอุบัติการณ์จะมากขึ้นด้วย

           ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตเมืองใหญ่ โดยมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารแบบประเทศตะวันตก ปัจจัยเสี่ยงของโรคดังกล่าว ได้แก่ การรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์มาก ไขมันสูง กากใยน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีอาการถ่ายผิดปกติท้องผูกสลับท้องเสีย โรคนี้จะไม่ปรากฏอาการในระยะแรกแต่หากพบการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย เช่น อุจจาระเป็นมูกเลือด คลำพบก้อนบริเวณท้อง มักจะเป็นระยะที่ลุกลามแล้ว


ภาพผนังลำไส้ปกติ (Normal colon)

                          endoscopy                                       

 ภาพจากการส่องกล้อง normal colon from endoscopy

http://www.gicare.com/images/Colon/Normal-Colon--1.jpg   http://rds.yahoo.com/_ylt=A0S020n6I5tJDQYAnISjzbkF/SIG=12ml7oacs/EXP=1234990458/**http%3A//medicalimages.allrefer.com/large/structure-of-the-colon.jpg

               นอกจากนี้ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับทวารหนักและลำไส้ใหญ่ แผลอักเสบเรื้อรัง ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ รวมทั้งผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรรับการตรวจประเมินลำไส้ใหญ่โดยละเอียด ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาโรคดังกล่าว เช่น การตรวจอุจจาระซึ่งทำได้สะดวก รวดเร็ว และสิ้นเปลืองน้อย การตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนแป้งแบเรียมเข้าทางทวารหนักแล้วถ่ายเอกซเรย์ และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อดูรอยโรคและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ สำหรับการรักษาจะได้ผลดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับระยะของโรค จะเห็นได้ว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบและได้รับการ รักษาตั้งแต่ในระยะแรกๆ

                                             ca colon                                                           ca colon                   

ภาพก้อนเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแรกขนาดเท่าลูกมะกอก (small cancerous polyp) ภาพเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก                         

                                                  ภาพจาก http://www.gicare.com/Endoscopy-Center/colon-cancer.aspx                                                                                                                                          

  

            อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์โรคมะเร็งในภาคเหนือก็เช่นเดียวกัน พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการศึกษาวิจัยทะเบียนมะเร็งภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และพิษณุโลก ซึ่งเป็นตัวแทนของ 16 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งในเพศชายสูงขึ้นอย่างมากในมะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ สำหรับเพศหญิงพบมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด เป็น 3 อันดับแรกที่มีอัตราการเกิดโรคสูงและเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งในภาคเหนือมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าอัตรา การเกิดโรคมะเร็งของประเทศโดยเฉพาะมะเร็งปอดและมะเร็งตับ

 

ที่มาของข้อมูล http://fwmail.teenee.com/strange/11333.html

 

 

 ca colon  ภาพส่วนของลำไส้ใหญ่ที่ผ่าตัดออก จะเห็นส่วนของก้อน (Polyp) และส่วนของผนังลำไส้ที่กลายเป็นมะเร็ง (พื้นที่สีแดงตรงกลางค่อนไปทางขวา) (ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/58937697@N00/303609777/)

 

 

 

สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็ง <===คลิ้ก


 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๘:%M น.
 


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free Joomla 1.5 templates cheap web hosting Valid XHTML and CSS.