company logo

Polls

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 877027
Home บทความวิชาการ ต่อมลูกหมากกับการเกิดโรคและการดูแลรักษา
ต่อมลูกหมากกับการเกิดโรคและการดูแลรักษา PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท-Webmaster   
วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เวลา ๐๗:%M น.

ต่อมลูกหมาก

Prostate Gland

 โดย อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท/เว็บมาสเตอร์

           "ต่อมลูกหมาก" เป็นต่อมสร้างน้ำเลี้ยงเชื้ออสุจิ (Semen) ในผู้ชาย ลักษณะเป็นของเหลวสีคล้ายน้ำนมที่ช่วยหล่อเลี้ยงและขนส่งเชื้ออสุจิในระยะที่มีการหลั่งน้ำอสุจิ (Ejaculation) อยู่ในตำแหน่งบริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะ (Bladder) โดยรอบท่อปัสสาวะ (Urethra) ส่วนต้นของผู้ชาย หรืออยู่ใต้หัวเหน่าบริเวณโคนอวัยวะเพศ (Penis) มีขนาด 18-20 กรัม ซึ่งชาวตะวันตกมักเปรียบเทียบขนาดปกติของต่อมลูกหมากที่จะโตเต็มที่ในวัยหนุ่มคือ 25 ปีขึ้นไปว่ามีขนาดเท่ากับขนาดของผลวอลนัท (watnut-size) หรือลูกกอล์ฟ โดยแรกเกิดจะมีขนาดประมาณเม็ดถั่ว แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็จะมีขนาดโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะยิ่งเด่นชัดขึ้นและในบางรายอาจเกิดปัญหากับการขับถ่ายปัสสาวะ

prostate gland                         ต่อมลูกหมาก

ภาพแสดงระบบอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายจากเว็บ Ohio State University Medical Center         ภาพต่อมลูกหมากจาก http://www.gettyimages.com

 

 

หน้าที่สำคัญของต่อมลูกหมาก

           ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อบางส่วนและบางส่วนเป็นต่อม (partly muscular and partly glandular) ซึ่งมีอยุ่ 3 ส่วนหรือ 3 กลีบประกอบกันขึ้นมา คือ ส่วนปลาย/peripheral, ส่วน transitional และส่วนกลาง/centralซึ่งส่วนกลางนี้มักจะเป็นส่วนที่โตขึ้นในรายที่มีอาการของต่อมลูกหมากโตที่ไม่ใช่มะเร็ง (Benign Prostatic Hypertrophy or Hyperplasia หรือ BPH)

male urinary system

ภาพจาก http://www.phoenix5.org

           ในระยะก่อนการหลั่งน้ำอสุจิ มีต่อมอีกอันหนึ่งคือ Cowper's gland หรือที่เรียกกันว่า Bulbourethral gland (ตามภาพ) ซึ่งจะสร้างของเหลวที่เป็นสารอัลคาลายน์ (Alkaline fluid) ซึ่งจะช่วยทำให้ปัสสาวะที่หลงเหลืออยู่ในท่อปัสสาวะมีคุณสมบัติเป็นกลาง (neutralizes) จากเดิมที่มีสภาพเป็นกรด (acid) เพื่อให้สภาพแวดล้อมที่เป็นกลางในท่อปัสสาวะช่วยปกป้องอสุจิ และสารนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยในการหล่อลื่น (Lubricant) ตัวอสุจิด้วย (น่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดการตั้งครรภ์ได้แม้ฝ่ายชายจะไม่ได้หลั่งน้ำอสจิในขณะมีเพศสัมพันธ์) ซึ่งต่อมนี้ยังทำหน้าที่ต่อไปได้แม้ในรายที่ทำผ่าตัดต่อมลูกหมากออกไปแล้ว (แพทย์อาจจะเก็บต่อมนี้ไว้ในการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกที่เรียกว่า Prostectomy) ผู้ที่ตัดเอาเฉพาะต่อมลูกหมากออก ในระยะที่มีการกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ จะมีการหลั่งสารเหลวจากต่อมนี้ได้ แม้จะไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิ (Ejaculation)

           ต่อมลูกหมากทำหน้าที่หลักในการสร้างสารประกอบของน้ำอสุจิ คือสารอัลคาลายน์ (Alkaline fluid) ที่เป็นของเหลวสีคล้ายน้ำนมดังกล่าว มีปริมาณประมาณ 30% ของน้ำอสุจิ โดยสร้างสารเคมีและอาหารสำคัญบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของตัวอสุจิในผู้ชาย (ต่อมลูกหมากนี้ไม่ได้สร้างตัวอสุจิเอง ตัวอสุจิหรือเสปอร์มนั้นมีกำเนิดมาจากเซลล์ของลูกอัณฑะเท่านั้น) ช่วยนำพาอสุจิและทำให้การเคลื่อนไหวของตัวอสุจิเป็นไปได้ง่ายโดยการหล่อลื่นของสารเหลวดังกล่าว ช่วยตอบสนองต่อการกระตุ้นโดยระบบประสาทอัตโนมัติ และฮอร์โมนเพศชาย ทั้งยังเชื่อว่าเป็นตัวกระตุ้นการเกิดลักษณะทางเพศของผู้ชาย (Secondary sex characteristics) เช่น มีขน เสียงเหมือนผู้ชายทั่ว ๆ ไป รวมทั้งช่วยควบคุมการไหลของปัสสาวะด้วย

 

MRI

 

 ภาพผลการตรวจต่อมลูกหมากปกติด้วยคลื่นแม่เหล็ก (MRI of the Prostate - normal exam)จาก http://www.radiologyinfo.org

ภาพมองจากปลายเท้าผู้ถูกตรวจไปหาศีรษะ (จุด A: สะโพกขวา/right hip, จุด B: กระเพาะปัสสาวะ/bladder, จุด C: สะโพกซ้าย/left hip, จุด D:ต่อมลูกหมาก prostate gland และจุด E: ทวารหนัก/rectum)

 

 

            ต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามวัย และโตมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น โดยในชายวัย 45 ปีขึ้นไปพบได้มากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์บริเวณนั้นจะเจริญโตขึ้นรวดเร็ว จะพบว่าต่อมลูกหมากที่โตขึ้นนี้จะเริ่มอุดตันหลอดปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก และการอุดตันทำให้ปัสสาวะคั้งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากกว่าปกติ จะสังเกตได้ว่ามักจะเกิดในผู้ชายวัยเกิน 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจโตมากจนปัสสาวะไม่ออก จนเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุเหล่านั้นได้

 KissSealedSmileUndecidedTongue outWinkCry

ต่อมลูกหมากกับการเกิดโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง

(Types of non-cancerous prostate problems)

      โรคหรือความผิดปกติของต่อมลูกหมากที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง ประกอบด้วย

  • ภาวะที่ต่อมลูกหมากไ/ปกระทบต่อการไหลของปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะ หรือ prostatism
  • ภาวะการอักเสบของต่อมลูกหมากที่มักเกิดร่วมกับอาการปัสสาวะลำบาก ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยหรือน้อยครั้งลง และบางทีก็มีไข้ร่วมด้วย เรียกว่า prostatitis .
  • อาการปวดที่ต่อมลูกหมาก หรือ prostatalgia
  • ภาวะต่อมลูกหมากโต/benign prostatic hyperplasia (อาจเรียก BPH or benign prostatic hypertrophy.) ซึ่งมักเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดกับอวัยวะนี้ ทำให้ปัสสาวะขัด แม้ไม่ใช่มะเร็งแต่อาจมีอาการคล้ายกันได้
  • ภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือ impotence (อาจเรียกว่า ภาวะผิดปกติของการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือ erectile dysfunction.)
  • ภาวะกลั้นหรือควบคุมการถ่ายปัสสาวะไม่ได้ เรียก urinary incontinence
       ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลป้องกันรักษาโรคของต่อมลูกหมาก

 

โรคต่อมลูกหมากโต

(Benign Prostatic Hyperplasia/ Hypertrophy or BPH)


          โรคต่อมลูกหมากโต (BPH) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากตำแหน่งของต่อมลูกหมากจะอยู่ในบริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ
ด้วยเหตุที่ต่อมลูกหมากจะห่อหุ้มท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้ ดังนั้นเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นก็อาจกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง ส่งผลให้คนไข้มีอาการปัสสาวะติดขัด นอกจากนี้ต่อมลูกหมากโตอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผนังกล้ามเนื้อของกระเพาะ ปัสสาวะหนาขึ้น เนื่องจากต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับน้ำปัสสาวะให้ผ่านท่อแคบๆ และเมื่อผนังกระเพาะปัสสาวะหนาตัวขึ้นก็จะส่งผลต่อความสามารถในการกักเก็บ น้ำปัสสาวะลดลง คนไข้จึงต้องปัสสาวะบ่อย และอาจได้รับการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างกะทันหันได้

ต่อมลูกหมากโต
http://health.yahoo.com/men-prostate/prostate-gland-enlargement/mayoclinic
ภาพบนซ้ายและภาพขยายด้านขวาแสดงต่อมลูกหมากที่มีขนาดปกติ ส่วนภาพล่างซ้ายแสดงภาพต่อมลูกหมากโตผิดปกติ 
 
 
        โรคต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่พบได้เป็นปกติ และการเกิดขึ้นมักจะสัมพันธ์กับอายุ มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า 50 % ของผู้ชายที่เป็นโรคต่อมลูกหมากนั้นมีอายุประมาณ 60 ปี เชื้อชาติโดยเฉพาะในชนผิวขาวและผิวดำพบมากกว่าชนเผ่าทางเอเชีย และพบมากขึ้นในรายที่มีประวัติผู้ป่วยในครอบครัว

สาเหตุของโรคต่อมลูกหมากโต

  • ยังไม่มีหลักฐานยืนยันถึงสาเหตุที่แน่ชัด
  • อาจสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) และฮอร์โมนเพศหญิงที่อยู่ในเพศชาย (female hormone-estrogen) ซึ่งอาจกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากเจริญรวดเร็วได้

อาการของโรคต่อมลูกหมากโต

  • ปัสสาวะลำบากในช่วงต้นของการถ่ายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • ปัสสาวะนาน ปัสสาวะอ่อน ปัสสาวะสะดุด (ขัดเบา) ปัสสาวะเป็นหยดๆ
  • รู้สึกปวดขณะถ่ายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะหลายครั้งในตอนกลางคืน
  • มีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ
  • อาจมีอาการของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต

  • การตรวจสอบร่างกายและซักประวัติคนไข้โดยละเอียด ซึ่งรวมไปถึงการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก(Digital Rectal Examination or DRE) ซึ่งแพทย์จะใช้นิ้วสวมถุงมือสอดเข้าไปในทวารหนักและกดลงบนต่อมลูกหมากเพื่อตรวจและประเมินขนาดของต่อมลูกหมากว่าผิดปกติหรือไม่ ควรตรวจทุกปีในชายวัย 50 ปีขึ้นไป และในรายที่มีประวัติในครอบครัวอาจต้องปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการผิดปกติ
 การตรวจต่อมลูกหมาก
http://www.dilipraja.com/prostate-cancer.htm
 การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก
  • ทำการทดสอบเพื่อวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ
  • ตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ จะช่วยวินิจฉัยแยกการอักเสบติดเชื้อของต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ
  • วัดปริมาณปัสสาวะที่เก็บอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ
  • การตรวจระดับ PSA (prostate-specific antigen) คือตรวจหาสารโปรตีนที่ผลิตโดยต่อมลูกหมาก ซึ่งจะพบว่าเพิ่มสูงขึ้นในรายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากโตผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็ง และการติดเชื้อของต่อมลูกหมาก ซึ่งควรตรวจทุกปีในชายวัย 50 ปีขึ้นไป และในรายที่มีประวัติในครอบครัวอาจต้องปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการผิดปกติ แต่มักใช้ตรวจในรายที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง

การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต

  • หากมีอาการเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องรักษา วิธีรักษาขึ้นกับอาการและอาการแสดงของแต่ละราย
  • ควรงดดื่มของเหลวหรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไปโดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • แพทย์อาจะสั่งยาบางชนิดให้ เช่น ยาประเภทยับยั้งเอ็นไซม์พวก Proscar (finasteride) ซึ่งช่วยให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลง หรือยาคลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากให้อ่อนตัวลง (alpha-blockers) ยาที่รักษาอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ซึ่งการรักษาอาจเป็นการให้ยาหลายประเภทร่วมกัน
  • รักษาด้วยความร้อน (การใช้ความร้อนกับเนื้อเยื่อของต่อมลูกหมาก) สามารถใช้เพื่อลดอาการของต่อมลูกหมากโตได้ ข้อดีของการรักษานี้ก็คือสามารถดำเนินการรักษาในขณะที่เป็นผู้ป่วยนอกได้ โดยจะมีการใช้พลังงานจากคลื่นไมโครเวฟหรือคลื่นความถี่วิทยุจำนวนเล็กน้อยใน การรักษา
  • รักษาด้วยการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง เพื่อตัดเอาชิ้นเนื้อส่วนที่เกินออกมาจากต่อมลูกหมาก (TURP) วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีผ่าตัดที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ แพทย์ผ่าตัดจะส่งท่อที่มีกล้องขนาดเล็กผ่านเข้าสู่ท่อปัสสาวะ ตรงปลายท่อจะมีเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กใช้สำหรับตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ส่วนที่กดทับท่อปัสสาวะไว้
  • ในกรณีที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มากผิดปกติ แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเพื่อนำเอาเนื้อเยื่อส่วนเกินออกมา
       ข้อมูลเพิ่มเติมในการตรวจรักษาต่อมลูกหมากโต

การรักษาแบบทางเลือก (Alternative medicine)

       การรักษาด้วยสมุนไพรในต่างประเทศสามารถซื้อหาได้ตามร้านขายยาและร้านสะดวกซึ้อ ทางอินเตอร์เน็ต และโฆษณาตามสื่อต่างๆ สมุนไพรเหล่านี้ผุ้เรียบเรียงไม่ค่อยรู้จักเพราะเป็นสมุนไพรต่างชาติ ประกอบด้วย

  • Saw palmetto ได้มาจากผลที่สุกแล้วของไม้พุ่มที่ชื่อ Saw palmetto เป็นพืชพวกปาล์ม จัดเป็นสมุนไพรที่ใช้กันมากในการรักษาโรคนี้ (ทราบมาว่า กระทรวงสาธารณสุขไทยเริ่มผลิตยาจากพืชสมุนไพรชนิดนี้แล้ว)
Saw palmetto  ภาพแสดงต้น Saw palmetto จาก http://nccam.nih.gov/health/palmetto/ (คลิ้กดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก URL:http://nccam.nih.gov/health/palmetto/ และ http://www.prostate-miracle.com/saw-palmetto.html)

  • Beta-sitosterol 
          เป็นสารสกัดจากละอองเกสรของ rye grass และพืชอื่นๆ รวมทั้ง Saw palmetto และน้ำมันจากเมล็ดฟักทอง (อ่านรายละเอียดได้จาก http://www.prostate-miracle.com/beta-sitosterol.html)
 
  • Pygeum
pygeum
http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural/patient-pygeum.html

          ได้มาจากเปลือกไม้ของต้นอัฟริกันพลัม (African plum-Rosaceae family) ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นมีขนาดสูง พบมากในแถบอาฟริกาใต้ ยุโรปนิยมใช้รักษาอาการปัสสาวะขัด/ลำบากมาตั้งแต่ปี 1960 และใช้ในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตโดยเฉพาะมักใช้สารสกัด pygeum ร่วมกับสารสกัด Saw palmetto ( (อ่านรายละเอียดได้จาก http://www.medscape.com/viewarticle/406935 และ http://www.raysahelian.com/pygeum.html)
 

การบริโภคเพื่อลดเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

         จากงานวิจัยพบว่าพฤติกรรมบริโภคที่ไม่ดีอาจนำไปสู่สาเหตุการเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากได้ มีรายงานการวิจัยว่า แม้ผู้ชายที่เป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากก็สามารถที่จะลดความเสี่ยงการตายจากโรค นี้ โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคดังต่อไปนี้

 

          ลดอาหารไขมันสูง

 

          ไขมัน อาจเร่งให้เซลล์มะเร็งเจริญได้ดี และไขมันทำให้ระดับฮอร์โมนเพศสูง ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งในต่อมลูกหมาก กรดไขมันอิ่มตัวเป็นอันตรายอันดับ 1 พบในไขมันสัตว์และกะทิ ส่วนกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีมากในปลาทะเล ปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาช่อน

 

          รวม ทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง) เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ให้ผลในการป้องกันทั้งโรคหัวใจและโรคมะเร็ง

 

          จำกัดอาหารประเภทเนื้อแดง

 

          ใน เนื้อแดง (เนื้อสัตว์ใหญ่) จะมีไขมันแทรกอยู่มาก ทำให้ได้รับไขมันเพิ่มขึ้นด้วย โดยอาจเลือกรับประทานโปรตีนจากถั่วเหลืองแทนจะดีกว่า ในรูปเต้าหู้ แป้งถั่วเหลือง และนมถั่วเหลือง สามารถชะลอความรุนแรงของมะเร็งในต่อมลูกหมากได้ เพราะถั่วเหลืองมีฮอร์โมนพืชที่เรียกว่าไฟโตเอสโตรเจน

 

          กินผัก ผลไม้ มากขึ้นโดยเฉพาะมะเขือเทศ

 

          ผัก ผลไม้ ช่วยในการป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ที่อุดมไปด้วยสารแคโรทีนอยด์ (สีเขียวจัด แดง เหลือง และส้ม) ธัญพืชและถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ มีสารไอโซเฟลโวนอยด์สูง และอาจมีผลต่อการลดการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ผัก ผลไม้ ยังมีวิตามินซี และเส้นใยอาหารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และโรคหัวใจอีกด้วย

 

          สาร ไลโคพีนเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่ช่วยในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยการชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง มีมากในผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ เช่น ซอสมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ และน้ำมะเขือเทศ ความร้อนจะทำให้สารไลโคพีนถูกปลดปล่อยจากผนังเซลล์มากขึ้น ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น

 

          กินอาหารที่มีวิตามินดีสูง

 

          ผู้ชาย ที่อยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดน้อย มีโอกาสเกิดมะเร็งในต่อมลูกหมากสูง เพราะแสงแดดช่วยสร้างวิตามินดีในผิวหนังคนเรา แต่คนไทยเรานั้นได้รับแสงแดดเหลือเฟือ ปัจจัยข้อนี้จึงไม่น่ากังวล

 

          แต่ ในคนสูงอายุที่ประสิทธิภาพการสร้างวิตามินดีลดลง อาจเพิ่มอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น นม โดยแนะนำให้เลือกนมพร่องมันเนยหรือนมขาดไขมัน

 

          เน้นอาหารที่มีสารซีลีเนียมและวิตามินอี

 

          ซีลีเนียม มีผลมากต่อการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมา พบมากในเมล็ดพืชต่างๆ เห็ด ธัญพืชไม่ขัดสี เมล็ดดอกทานตะวัน จมูกข้าวสาลี อาหารทะเล สัตว์ปีก ไข่ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

 

          วิตามินอีช่วยทำลายเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก แต่การที่ร่างกายจะดูดซึมวิตามินอีจากอาหารอย่างเดียวในปริมาณสูงค่อนข้างยาก

 

          ฉะนั้นการเสริมวิตามินอีวันละ <400 ไอยู อาจเป็นอีกทางเลือกที่จะต้องพิจารณา วิตามินอีพบในน้ำมันพืช ถั่วเปลือกแข็ง และผักใบเขียวจัด

 

การป้องกันการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต

  • ยังไม่มีทางป้องกันภาวะการเกิดต่อมลูกหมากโต

 

      ที่ผ่านมายังไม่มีหลักฐานที่แสดงชัดว่าโรคต่อมลูกหมากโตจะนำไปสู่โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่อย่างไรก็ตามอาการผิดปกติทั้งในรายต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมีความคล้ายคลึงกัน และอาจเป็นไปได้ว่าภาวะต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากอาจเกิดขึ้นในขณะเดียวกันได้ ซึ่งโรคต่อมลูกหมากโตสามารถรักษาได้

 

 CoolInnocentSurprisedYellTongue outMoney mouthFoot in mouth

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

(Prostate Cancer)

 

          มะเร็งต่อมลูกหมากมักพบในประเทศตะวันตก สำหรับประเทศไทยอุบัติการณ์ต่ำกว่า แต่ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจากวิถีการดำเนินชีวิตที่เหมือนกับชาวตะวันตก ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอ ะไร แต่พบว่ามีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น อายุที่มากขึ้น มีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว การรับประทานอาหารไขมันสูง เป็นต้น

 

มะเร็งต่อมลูกหมา่กมะเร็งต่อมลูกหมา่ก มะเร็งต่อมลูกหมากมะเร็งต่อมลูกหมากระยะต่างๆ

ภาพแสดงมะเร็งต่อมลูกหมา่กระยะที่ 1-4 จาก http://www.dilipraja.com/prostate-cancer.htm

        

             การเกิดมะเร็งของต่อมลูกหมากนั้นเกิดจากเซลล์ของตัวต่อมลูกหมากนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ผิดปกติ กล่าวคือ มีการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์เหล่านี้อย่างผิดปกติ ในระยะแรกๆ (Low grade or Low stage) เซลล์ยังไม่มีการเปลี่ยบแปลงมากยังดูคล้ายเซลล์ปกติ แต่ในระยะท้ายๆ (High grade or High stage) หรือระยะที่เพิ่มขึ้น เซลล์จะมีขนาดและรูปร่างผิดไปจากเซลล์ปกติ มีการแบ่งตัวรวดเร็ว และมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดการอุดตันท่อปัสสาวะ หรือมีการทำลายเซลล์ปกติของต่อมลูกหมากอย่างมากมาย เซลล์ที่โตและแบ่งตัวอย่างรวดเร็วนี้จะแทรกหรือเคลื่อนย้าย (metastasis) ไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ข้างเคียงหรือแม้กระทั่งอวัยวะสำคัญ ๆ ของร่างกาย เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก และต่อมน้ำเหลือง ทำให้อวัยวะเหล่านั้นเสียหาย และถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งเมื่อถึงระยะนั้นแล้วผู้ป่วยก็จะถึงแก่ชีวิตได้

 

สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมาก

            สาเหตุการเกิดมะเร็งที่แท้จริงไม่มีใครทราบ ได้มีผู้พยายามค้นคว้ามากมาย แต่ยังหาข้อสรุปที่แน่นอนไม่ได้ มีข้อสันนิษฐานหลายประเด็น โดยเชื่อว่าระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone หรือ androgen) อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์มะเร็งของต่อมลูกหมากมีการเจริญเติบโตมากขึ้น


อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

             - อาการขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ เกิดจากการที่มะเร็งต่อมลูกหมากโตขึ้นและกดเบียดท่อปัสสาวะส่วนต้นที่วิ่งผ่าน อาการนี้จะเหมือนอาการของโรคต่อมลูกหมากโตธรรมดา เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อยเวลากลางคืน ปัสสาวะสะดุด ปวดและปวดแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ

             - มีความลำบากในการทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หรือมีอาการปวดเวลาอวัยวะเพศแข็งตัว

             - มีอาการปวดหรือภาวะข้อกระดูกติดแข็ง เช่น ข้อสะโพก กระดูกสันหลังส่วนปลาย (Low back) และหน้าขาท่อนบน เป็นต้น

             - อาการของการลุกลามของมะเร็งต่อมลูกหมากสู่อวัยวะข้างเคียง เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด, อุจจาระเป็นเลือด, ลำไส้ใหญ่อุดตัน, ไตวายจากท่อไตอุดตัน เป็นต้น

             - อาการของการแพร่กระจายของมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น ขาบวมจากการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในขาหนีบและอุ้งเชิงกราน, ปวดกระดูกจากการแพร่กระจายไปยังกระดูก, ตัวเหลืองตาเหลืองจากการแพร่กระจายไปยังตับ อาการของมะเร็งปอด เป็นต้น

             - อาการอื่น ๆ เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด



การตรวจหาผู้ป่วยชายที่มีความเสี่ยงและการตรวจวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก

          ในปัจจุบันมะเร็งต่อมลูกหมากมักได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นมากขึ้น ก่อนที่จะมีอาการของการลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียงหรือ อาการของการแพร่กระจาย เนื่องจากมีการตรวจเลือดหาระดับสารเฉพาะเจาะจงกับต่อมลูกหมาก (PSA) ในประเทศตะวันตกผู้ชายอายุ ๕๐ ปี ขึ้นไปทุกคนจะได้รับการแนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจลักษณะต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (DRE) (ซึ่งอาจตรวจทางทวารหนักด้วยอุลตราซาวนด์หรือคลื่นเสียงความถี่สูง/
transrectal ultrasound or TRUS เพื่อให้เห็นเป็นภาพและอาจใช้ตรวจโดยการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา/Biopsy ไปในคราวเดียวกันได้) ร่วมกับรับการตรวจเลือดหาระดับสารเฉพาะเจาะจงกับต่อมลูกหมาก หากพบว่ามีความผิดปกติ แพทย์จะแนะนำให้เข้ารับการตัดตัวอย่างเนื้อต่อมลูกหมากออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา/Prostate Needle Biopsy (PNB) หากผลการตรวจทางพยาธิวิทยาพบว่ามีเนื้อมะเร็งต่อมลูกหมากปนอยู่จริง อาจจะได้รับการตรวจเลือดหรือการตรวจทางรังสีเพิ่มเติม เช่น ตรวจกระดูก (Bone scan) เพื่อประเมินระยะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

           ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจพิเศาที่ทันสมัยและสามารถนำมาใช้ตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากได้ อาทิ การตรวจด้วยรังสีคลื่นแม่เหล็กสะท้อน (magnetic resonance imaging or MRI) และ computed tomography scan หรือ CT/CAT scan         

MRI to detect prostate cancer

การตรวจ MRI เพื่อหามะเร็งต่อมลูกหมาก (MRI to detect prostate cancer) <=== คลิ้ก

ภาพจาก http://health-news-blog.com/images/blogs/4-2008/prostate-043220.jpg

            สำหรับประเทศไทยนั้นอุบัติการณ์ของมะเร็งต่อมลูกหมากยังค่อนข้างต่ำ การตรวจทางทวารหนัก และตรวจเลือดจึงทำเฉพาะในผู้ชายอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ที่มีอาการขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติเท่านั้น หากผู้ชายอายุ ๕๐ ปีขึ้นไปที่ไม่มีอาการแต่ต้องการจะรับการตรวจก็สามารถกระทำได้เช่นกัน



การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

          การรักษาขึ้นกับระยะโรคและอื่นๆ ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน และมีผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย โดยแพทย์จะเป็นผู้อธิบายข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจเลือก โดยทั่วไปการรักษาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

           - การรักษาเฉพาะที่ มีเป้าหมายเพื่อกำจัดเนื้อมะเร็งที่ต่อมลูกหมากออก เพื่อให้มีโอกาสหายขาดจากโรคมะเร็ง ได้แก่

             - การผ่าตัดตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (prostatectomy) มักใช้ในรายที่เป็นมะเร็งในระยะที่ยังไม่มีการลุกลาม

             - การใช้รังสีรักษา ใช้รังสีพลังสูงในการฆ่าเซลล์มะเร็ง นอกจากการฉายรังสีเฉพาะที่แล้ว ยังมีการฝังเม็ดรังสีขนาดเล็กเป็นวิธีหนึ่งของการรักษาด้วยรังสีที่เรียกว่า Brachytherapy (also known as ‘seed implantation or Implanting tiny radioactive seed')

Seed Implantation

ภาพแสดง Brachytherapy/Seed Implantation จาก http://www.radonc.jhmi.edu/html/prostate_brachy.html

             - การใช้ความเย็นรักษา

             - การใช้ความร้อนรักษา
           - การรักษาทั่วร่างกาย มีเป้าหมายเพื่อกำจัดเนื้อมะเร็งต่อมลูกหมากทุกตำแหน่งในร่างกาย ได้แก่

             - การลดการกระตุ้นเนื้อมะเร็งต่อมลูกหมากจากฮอร์โมนเพศชาย ทำได้โดยการผ่าตัดตัดลูกอัณฑะออก (Orchidetcomy)

             - การให้ยาต้านฮอร์โมนเพศชาย (Hormonal therapy)

             - การใช้ยาเคมีบำบัด (Chemical therapy)

 

 ต่อมลูกหมากกับร่างกาย

http://www.dilipraja.com/prostate-cancer.htm

ภาพแสดงโรคมะเร็งต่อมลูกหมากที่มีการลุกลาม ( Metastatic prostate cancer) ไปต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

- http://www.ayurhelp.com/prostate/prostate_anatomy.htm

- http://health.yahoo.com/men-prostate/prostate-gland-enlargement/mayoclinic

- http://rds.yahoo.com/_ylt=A0oGkjikzYhJSboAoPZXNyoA;_ylu=X3oDMTEzbXZlM2hwBHNlYwNzcgRwb3MDMgRjb2xvA3NrMQR2dGlkA0gyMzJfMTIz/SIG=12ntrgmc7/EXP=1233788708/**http%3a//www.bangkokhospital.com/images/downloads/Prostate_Cancer.pdf

- http://www.bumrungrad.com/mens-health-center/th/topic_prostate.aspx

- http://www.dilipraja.com/prostate-cancer.htm

- http://www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?p=184227

- http://www.healthsystem.virginia.edu/UVAHealth/adult_men/prostate.cfm

- http://www.phoenix5.org/glossary/Cowper%27s_glands.html

- http://www.thaihealth.or.th/node/6835

 

ประสบการณ์การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการแพทย์ทางเลือก  <==คลิ้ก

 

 

ข้อสรุปจากการเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง"โรค/ความผิดปกติของต่อมลูกหมากและการดูแลแบบองค์รวม"

ทางสถานีโทรทัศน์ H Plus Channel รายการคลีนิกชีวรักษ์ วันที่ 2 เมษายน 2552 

(วิทยากร อ. มงคลศิลป์ บุญเย็น และ อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท) <==คลิ้ก


 

สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก <===คลิ้ก

 Update งานวิจัยและข้อค้นพบเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมากและอื่นๆ <=== คลิ้ก


 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๑:%M น.
 


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free Joomla 1.5 templates cheap web hosting Valid XHTML and CSS.