มะเร็งปอด Lung Cancer ผู้พัฒนาข้อมูล อ.อุไรรัตน์ สิงหนาท เว็บมาสเตอร์
| มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในโลก และเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ อันเกิดจากโรคมะเร็งทั้งเพศชายและหญิงรวมทั้งในประเทศไทยและอุบัติการณ์โรคกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเพศหญิง ผู้ป่วยมะเร็งปอด ส่วนใหญ่(80-90%)เกิดจากการสูบบุหรี่ รตะยะเวลาที่เริ่มต้นสูบบุหรี่และปริมาณบุหรี่ที่สูบในแต่ละวันเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปอด จึงสามารถป้องกันได้ ธรรมชาติทางชีววิทยาของมะเร็งปอด ทำให้เราพบผู้ป่วยเมื่อเริ่มมีอาการ ในขณะที่โรคอยู่ในระยะลุกลาม และแพร่กระจาย เป็นผลให้ผู้ป่วยประมาณ 90% เสียชีวิตจากโรคมะเร็งภายใน เวลา 1-2 ปี -มะเร็งปอดพบมากในคนอายุ 50-75 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (80%) จะเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ -ประมาณ 5% จะเป็นผู้ที่ต้องสูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่นผู้ที่สูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 26% -จำนวนมวนของบุหรี่ที่สูบต่อวันและชนิดของบุหรี่ที่สูบจะสัมพันธ์กับอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด -ผู้ที่สูบบุหรี่10-13% จะเกิดมะเร็งปอดภายในเวลา 30-40 ปี อย่างไรก็ตามถ้าเลิกสูบบุหรี่ก็สามารถลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดลงเหลือเท่าผู้ไม่สูบบุหรี่ได้ภายในเวลา 10-15 ปี - ผู้ที่สูบบุหรี่และเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะยิ่งเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งปอด |
ภาพแสดงกายวิภาคของปอด ส่วนขยายแสดงเซลล์ปอดที่เป็นมะเร็ง
http://www.cancer-info-guide.com/images1/lung-cancer.jpg
ความรู้เกี่ยวกับปอด(Lung)

ภาพแสดงกายวิภาคของปอด (http://www.cancer-info-guide.com/images1/lungs.jpg)
| ปอดเป็นอวัยวะที่ใช้ในการหายใจ คือเปลี่ยนเอาแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดในร่างกายออก รับออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศมาแทนที่ ประกอบด้วยหลอดลมใหญ่ (trachea) ตรงลำคอลงไปในช่องอก แบ่งเป็นสองหลอดลม ซ้ายกับขวา (mainstem bronchus) ซึ่งแบ่งออกไปอีกเป็นตอนๆคล้ายกิ่งต้นไม้ คือ ลำต้น กิ่งใหญ่ กิ่งขนาดกลาง กิ่งเล็ก ลงไปเรื่อยๆจนถึงใบไม้ หลอดลมก็คล้ายกัน หลอดลมส่วนใหญ่ที่สุด (Main stem bronchus)ส่วนที่เล็กลงมาคือ Bronchi และ Bronchioles และส่วนที่เล็กที่สุดของต้นไม้คือใบ ซึ่งเทียบกับของปอดคือถุงลม (alveoli) ถุงลมนี้เป็นส่วนที่การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึ้น เพราะผนังของถุงลมนี้บางมากมีเส้นเลือดอยู่ข้างนอก ถุงลมเป็นตัวนำคาร์บอนไดออกไซด์มาแลกกับออกซิเจนแล้วเอาออกซิเจนติดเม็ด เลือดไปหัวใจปอดมีสองข้าง แบ่งเป็นกลีบ(Lobe) ข้างขวามีสามกลีบ ข้างซ้ายมีสอง ปอดข้างซ้ายเล็กกว่าข้างขวา เพราะหัวใจได้กินที่ไปส่วนหนึ่ง ปอดนี้อยู่ในทรวงอกซึ่งประกอบด้วยซี่โครงกับกล้ามเนื้อทางข้างบนกับทางด้าน รอบๆ ทางล่างมีกระบังลม (Diaphragm) กั้นอยู่ระหว่างช่องอกกับช่องท้อง ปอดไม่ได้ติดแน่นกับทรวงอกเพียงแตะเบาๆ โดยมีเยื่อหุ้มปอด (Pleura)กั้นอยู่ ภายในมีน้ำหล่อลื้นอยู่บางๆระหว่างปอดกับทรวงอก เวลาหายใจเข้าซี่โครงจะบานออก กระบังลมจะหดตัว ทำให้ขนาดของช่องอกเพิ่มขึ้น ปอดก็ขยายตาม ดึงเอาลมเข้าปอด เวลาหายใจออกทรวงอกจะเล็กลง ปอดโดนกด ลมก็ออกจากปอด ปอดมีเส้นเลือดพาเลือดดำจากหัวใจเข้าปอด (pulmonary artery) และมีเส้นเลือดพาเลือดแดง (pulmonary vein)ออกจากปอดกลับไปหัวใจ  ภาพกายวิภาคปอดด้านซ้าย http://static.howstuffworks.com/gif/adam/images/en/lung-anatomy-picture.jpg หน้าที่สำคัญที่สุดของปอดคือ การฟอกเลือดและควบคุมภาวะกรดด่าง ซึ่งเกิดขึ้นที่ถุงลม (alveoli) นอกจากนั้นยังมีหน้าที่อื่น ๆ อีกได้แก่ เป็นแหล่งสำรองเลือด ขับไอน้ำและสารบางประเภท เช่น เอทานอล ไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำลายสารพิษรวมถึงหลั่งสารหรือฮอร์โมน เช่น ฮิสตามีน (histamine) ทรอมโบพลาสติน (thromboplastin) ตลอดจนมีหน้าที่กลั่นกรอง เช่น คาร์บอน (carbon) หรือซิลิการ (silica) ในอากาศ และเศษลิ่มเลือดในกระแสเลือด เป็นต้น |
อาการทั่วไปของมะเร็งปอด (Common symptoms of lung cancer)
- ไอเรื้อร้งและมักมีอาการกำเริบขึ้นเรื่อยๆ (A cough that doesn't go away and gets worse over time) อาจมีอาการไอแห้งๆ
- เจ็บหน้าอกตลอดเวลา (Constant chest pain)ถ้ามีไข้ร่วมกับเจ็บหน้าอกอาจเป็นปอดอักเสบด้วย
- ไอมีเลือดปน (Coughing up blood)เลือดมักปนมากับเสมหะ เลือดออกมากๆและนานอาจมีอาการซีดร่วมด้วย
- หายใจสั้นและมีเสียงหวีดขณะหายใจหรือเสียงแหบ (Shortness of breath, wheezing, or hoarseness)จากมะเร็งลุกลามไปกล่องเสียง
- ป่วยซ้ำๆ ด้วยอาการปอดบวมและหลอดลมอักเสบ (Repeated problems with pneumonia or bronchitis)
- บวมที่คอและใบหน้า (Swelling of the neck and face) อาจบวมที่แขนและอกส่วนบนจากเลือดดำคั่ง
- เบื่ออาหารและน้ำหนักลด (Loss of appetite or weight loss)
- อ่อนเพลียไม่มีแรง (Fatigue)
- หายใจลำบากหอบเหนื่อย จากก้อนมะเร็งโตขึ้นและพื้นที่หายใจของปอดลดลง
- อัมพาตจากมะเร็งลุกดลามไปสมองและไขสันหลัง
- ปวดมากจากมะเร็งลุกลามไปกระดูกและส่วนอื่น เช่น ผนังอก
สารก่อมะเร็งที่อาจเป็นสาเหตุของโรคในผู้ป่วย10-15%ซึ่งไม่สูบบุหรี่ ได้แก่ แอสเบสตอส/Asbestos (ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ทำงานในโรงงานผลิตผ้าเบรครถยนต์ เป็นต้น)

ภาพการทำงานของถุงลมปอดในรายปกติ (Normal)หลอดลมอักเสบ(Bronchitis) และถุงลมโป่งพอง (Emphysema)
http://www.nlhep.org/images/alveoli.gif
โดยเฉพาะถ้าผู้นั้นสูบบุหรี่ด้วย จะยิ่งเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งสูงถึง 50 เท่า สารก่อมะเร็งอื่นได้แก่ แร่เรดอน มลภาวะในอากาศจากอุตสาหกรรมโลหะหนัก ควันมลภาวะในสิ่งแวดล้อม การฉายรังสีเพื่อรักษา
ภาพปอดคนปกติไม่สูบบุหรี่ ภาพปอดผู้ป่วยที่สูบบุหรี่และเสียชีวิตจากมะเร็งปอด
ภาพจาก http://faculty.washington.edu http://media.photobucket.com/image/lung%20cancer/
frugal_dougal/cancer.jpg?o=9
มะเร็งชนิดอื่นก็อาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งปอดได้โดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่ร่วม ด้วย นอกจากนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรมก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย มะเร็งปอดเป็นโรคที่ตรวจค้นหาในระยะเริ่มแรกได้ยาก การนำเอาผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ผู้ชายสูบบุหรี่อายุเกิน 40 ปี) มาตรวจเสมหะและเอ็กซเรย์ปอดเพื่อพยายามจะลดอัตราการตายจากโรคมะเร็ง พบว่าสามารถพบผู้ป่วยมะเร็งในระยะเริ่มแรกมากขึ้น แต่ไม่สามารถลดอัตราตายลงได้ การล้มเหลวจากการนี้ เชื่อว่าเนื่องจากมะเร็งปอดแม้จะมีขนาดเล็กก็พบการแพร่กระจายได้สูงมะเร็งปอด มักจะ เริ่มมีอาการเมื่อโรคลุกลามมากแล้ว อาการที่พบได้แก่ อาการไอ หายใจลำบาก ไอเป็นเลือด ปอดอักเสบบ่อย และเจ็บลึกที่หน้าอก หายใจลำบากจากน้ำท่วมปอด เป็นต้น นอกจากนี้อาจมีอาการเนื่องจากมะเร็๋งลุกลามหรือแพร่กระจาย เช่น เสียงแหบ อาการทางสมอง ปวดกระดูก เป็นต้น
ภาพจาก http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/images/ency/fullsize/19349.jpg
ผู้สุดดมควันบุหรี่หรือสูดควันบุหรี่มือสอง (Secondhand smoker)
ผู้ป่วยมะเร็งปอดจากสาเหตุนี้ ถูกจัดกลุ่มเป็นมะเร็งปอดในมนุษย์แบบกลุ่ม (classified as a known cause of lung cancer in humans/Group A carcinogen)
การวินิจฉัยโรค ทำได้โดย |
1.ถ่ายภาพเอ็กซเรย์ปอด  |
ภาพตัดขวางของปอด (มองจากด้านล่างขึ้นบน) จากเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ แสดงมะเร็งหลอดลม (บริเวณสีขาว) และส่วนเนื้อปอดปกติ (บริเวณสีดำ)
ภาพจาก http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/images/ency/fullsize/1627.jpg 2.ตรวจเสมหะที่ไอออกมา เพื่อหาเซลล์มะเร็ง |
| 3.ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม |
| 4.ใช้เข็มแทงผ่านผนังทรวงอก หรือขลิบชิ้นเนื้อจากหลอดลมเพื่อการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา |
การรักษา |
จากที่พบว่ามะเร็งปอดมีหลายชนิด แต่ละชนิดสามารถโตและแพร่กระจายในรูปแบบต่างๆ กันและการรักษาก็แตกต่างกัน
พยาธิสภาพปอดผู้ป่วยมะเร็ง ภาพจาก http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/images/ency/fullsize/1183.jpg เมื่อพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอดแน่นอนแล้วแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะรักษาด้วยวิธีใด ซึ่งจะเหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาถึงอายุภาระความแข็งแรงของร่างกาย ระยะของโรค ชนิด ของชิ้นเนื้อ และการยอมรับของผู้ป่วย ซึ่งการรักษาจะประกอบด้วย |
| 1.การผ่าตัด |
| 2.การฉายแสง |
| 3.เคมีบำบัด |
| 4.การรักษาแบบประคับประคอง |